ค้นหา

สมาคมไทย-เนปาลี (ประเทศไทย)ปันน้ำใจ



สมาคมไทย-เนปาลี (ประเทศไทย)ปันน้ำใจ

เนื่องจากชุมชนบ้านอีต่อง-อีปู่ ผาแป1. 2. 3. ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบหุบเขาของเทือกเขาตะนาวศรี



ซึ่งกั้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ชาวบ้านอีต่องในอดีตมีการใช้ชีวิตทำเหมืองแร่ รับจ้าง ค้าขายชายแดนไทย-พม่า ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่จะใช้ตะเกียงน้ำมันหรือเทียนในการให้แสงสว่าง



ไม่มีระบบน้ำประปาใช้ ชาวบ้านจะอุปโภคบริโภคน้ำจากภูเขา จากลำห้วยและน้ำในบ่อบาดาลของหมู่บ้าน เป็นสังคมการทำแร่ อยู่อย่างไม่ฟุ่มเฟือย เพราะมีรายได้จากการทำเหมืองแร่ แต่ก็มีเงินทองเก็บสะสมไว้ให้ลูกหลานได้ใช้จ่ายในอนาคต ชาวบ้านชอบทำบุญตักบาตร



มีผู้นำเป็นผู้ที่มีวัยวุฒิ โดยนับถือผู้เฒ่าผู้แก่

การใช้ชีวิตของชาวบ้านอีต่อง(สมัยดั้งเดิม)

การใช้ชีวิตของชาวบ้านอีต่อง(สมัยกลาง)



ก่อนที่จะเริ่มตั้งเป็นหมู่บ้านย้อนไปในอดีตสมัยที่ประเทศอังกฤษปกครองประเทศพม่าเป็นอาณานิคมประเทศอังกฤษได้เปิดกิจการทำเหมืองแร่ในประเทศพม่าหลายแห่ง เพื่อผลิตแร่นำกลับไปแปรรูปในอุตสาหกรรมต่างๆที่ประเทศอังกฤษ ตามแนวเขตเทือกเขาตะนาวศรี ด้านตะวันออกของประเทศพม่าก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่อังกฤษ



ได้ดำเนินการทำเหมืองแร่วุลแฟรมและแร่ดีบุก โดยเปิดทำการอยู่บริเวณเขาบูด่อง (ห่างจากบ้านอีต่องไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร)โดย(มีกรรมกรเป็นชาวพม่า กะเหรี่ยง มอญและแขกเนปาล )การทำเหมืองแร่ได้ขยายตัวเข้ามาในประเทศไทย



โดยเริ่มมีการสำรวจพบแหล่งแร่วุลแฟลมจำนวนมาก ที่บริเวณหุบเขาแห่งหนึ่งซึ่งชาวพม่าเรียกว่า เขาณัตเอ่งต่อง (แปลว่า “ภูเขาแห่งเทพเจ้า “หรือ “เขาเทวดา” หลังการสำรวจพบได้เปิดทำเหมืองได้แล้วนำกลับไปยังประเทศพม่า



ในปีพ.ศ 2481 มีพรานล่าสัตว์ชาวกะเหรี่ยงชื่อนายพะแป แก้วแท้ และนายไผ่ ซึ่งเป็นราษฎรบ้านไร่ และบ้านปิล็อกคี่ ได้ล่าสัตว์มาจนถึงแนวชายแดนไทย-พม่า จนพบการทำเหมืองแร่ของชาวต่างชาติด้วยความที่พรานทั้งสองคน ไม่รู้ว่าสิ่งที่ชาวต่างชาติทำอยู่นั้นเป็นอะไรจึงได้เก็บตัวอย่างกลับไปที่บ้านของตนพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่ไปพบมาให้กับผู้ใหญ่บ้านทราบเรื่องเมื่อผู้ใหญ่บ้านได้รู้เรื่องราวแล้วคาดเดาว่าของที่พรานลูกบ้านของตนนำมาให้ดูนั้นต้องเป็นแร่ที่มีราคาแน่นอน ยังไม่ทราบว่าเป็นแร่อะไรจึงได้รายงานให้เจ้าหน้าที่ อำเภอสังขระบุรี(อำเภอทองผาภูมิในปัจจุบัน) ได้ทราบและรายงานต่อไปตามลำดับจนถึงจังหวัด


ต่อมาในปีเดียวกันนั้น(พ.ศ. 2482 )ทางราชการได้ส่ง เจ้าหน้าที่กองช่าง กรมทรัพยากรธรณี เข้ามาทำการสำรวจบริเวรที่ชาวต่างชาติทำเหมืองแร่อยู่ อังกฤษจึงได้มีการทำเหมืองแร่อยู่ในเขตไทยบางแห่งจึงหยุดกิจการ คงมีแต่ชาวต่างชาติ(พม่า มอญ กะเหรี่ยงและเนปาล) ที่ยังดำเนินการอยู่ หลังจากเจ้าหน้าที่กองช่างฯ ได้สำรวจเเล้ว องค์การเหมืองแร่ กรมโลหะกิจ(สมัยนั้น)ของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เข้ามาดำเนินการเปิดเหมือง นับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเหมืองแร่ในเขตนี้ของไทยเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ 2483



การเปิดเหมืองแร่ในครั้งนั้นได้มีการขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรส่วนกลางคอยคุ้มกันเจ้าหน้าที่ที่นำเงินมาจ่ายให้คนงาน ต่อมาในปีพ.ศ. 2496 ทางราชการได้ส่งกำลังตำรวจภูธรมาประจำอยู่ที่บ้านอีปู่ ให้มาดูแลและรักษาความปลอดภัยในช่วงนั้นจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและฝ่ายต่างชาติโดยเฉพาะกรรมกรได้มีปัญหาเกิดขึ้น กล่าวคือกรรมกรต่างชาติ ได้นำแร่ไปขายให้อังกฤษ(ที่ปกครองพม่าอยู่)เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยสั่งห้าม แต่ไม่ได้ผลจึงเกิดการต่อต้านจากกรรมกรต่างชาติถึงขั้นมีการใช้อาวุธเข้าต่อสู้และมีผู้ล้มตายบริเวณทำเหมืองแร่อยู่จึงมีสภาพสภาพเสมือนเหมืองผีหลอก ซึ่งคำว่าผีหลอกนี้ชาวต่างชาติ(พม่า)ได้พูดเพี้ยนไปเป็นคำว่า “ปิล็อก”อันเป็นชื่อของเหมืองแร่ในเวลาต่อมา

องค์การเหมืองแร่ได้เปิดกิจการทำแร่ได้แล้วได้มีการชักชวนคนไทยในจังหวัดต่างๆโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่กองช่าง กรมทรัพยากรธรณี ซึ่งรู้จักมักคุ้นกับผู้ที่เคยทำเหมือง ให้เข้ามาอยู่ในเหมือง เข้ามาเป็นผู้ควบคุมคนงานของเหมือง เข้ามาทำการค้าขาย จึงเกิดเป็นหมู่บ้านขึ้นต่อมาได้ตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อภูเขาที่พบแร่ คือ ณัตเอ่งต่อง แต่คนไทยได้พูดเพี้ยน หรืออาจจะเลือกให้สั้นเข้าจากคำว่า “ณัตเอ่งต่อง” เป็น “อีต่อง”มาจนทุกวันนี้


การสำรวจแหล่งแร่ของ เจ้าหน้าที่กองช่าง กรมทรัพยากรธรณี ได้ขยายพื้นที่ออกไปทางด้านทิศเหนือ และทิศใต้จนพบแหล่งแร่จำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ด้านทิศใต้ของบ้านอีต่อง เจ้าหน้าที่กองช่าง กรมทรัพยากรธรณีจึงได้ชักชวนเอกชนที่รู้จักกันให้เข้ามาทำเหมืองหลายราย โดยเอกชนเหล่านั้นจะขออนุญาตองค์การเหมืองแร่ซึ่งเป็นผู้ถือ