ค้นหา

“เจตนิน” ตอกย้ำวิสัยทัศน์พร้อมขึ้นแท่นผู้นำศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากระดับสากล ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง



“เจตนิน” ตอกย้ำวิสัยทัศน์พร้อมขึ้นแท่นผู้นำศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากระดับสากล ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับและการบริการที่เป็นเลิศ

ส่งมอบความสุขเติมความหวังสร้างครอบครัวที่อบอุ่น

กว่า 3 ทศวรรษ ที่ให้บริการด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากในประเทศไทย รพ. เจตนิน ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับก้าวสู่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเฉพาะทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนานาชาติ



กรุงเทพฯ 11 มีนาคม 2564: เป็นเวลากว่า 25 ปีที่ “โรงพยาบาลเจตนิน” ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่ได้รับการรับรองคุณภาพระดับสากล ยืนหยัดมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการรักษาพยาบาลในระดับโลก โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ นักเทคนิคการแพทย์ที่มีทักษะความชำนาญ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐาน รวมถึงการบริการการรักษาด้วยความเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการรักษาเพื่อให้คู่สมรสได้สัมผัสความสุขของการเป็นพ่อแม่อย่างแท้จริง



ในฐานะที่เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เจตนินมีห้องปฏิบัติการที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงภายในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้มากยิ่งขึ้น และให้แน่ใจว่ามีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอน ห้องปฏิบัติการเหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทาง นักพันธุศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่มีทักษะความชำนาญ ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมด้านการเจริญพันธุ์และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแห่งยุโรป (European Society of Human Reproduction and Embryology หรือ ESHRE) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลกด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์



ครอบคลุมทุกการรักษาภาวะเจริญพันธุ์

ตลอดระยะเวลามากกว่า 25 ปี ที่โรงพยาบาลเจตนินได้เปิดดำเนินการ โรงพยาบาลได้มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการด้านการรักษาภาวะเจริญพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อช่วยสร้างครอบครัวอันอบอุ่นให้กับคู่สมรสทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ



การให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากของโรงพยาบาลเจตนินมีดังนี้:

• การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)

• การใช้เทคนิคช่วยการปฏิสนธิด้วยวิธีอิ๊กซี่ (ICSI)

• การใช้เทคนิคช่วยการปฏิสนธิด้วยวิธีอิมซี่ (IMSI)

• การฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก (IUI)

• การเจาะเก็บอสุจิจากชิ้นเนื้ออัณฑะ (TESE) / การเจาะเก็บอสุจิจากท่ออสุจิ (PESA)

• การตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติทางพันธุกรรม (PGT):

o การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมระยะก่อนฝังตัว (PGT-A)

o การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยการกลายพันธุ์ของยีนเดี่ยวในตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT-M)

o การตรวจการสับเปลี่ยนตำแหน่งโครสร้างโครโมโซม (PGT-SR)

• การส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy)

• การฝากไข่ (Egg freezing)

• การแช่แข็งสเปิร์ม (Sperm Freezing)

• การแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo Freezing)

• การตรวจคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรม (Genetic Carrier Screening)


การบริการด้วยความอบอุ่นจริงใจ



แน่นอนว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์และกระบวนการต่าง ๆ ในการรักษามีความสำคัญต่อการให้บริการด้านการเจริญพันธุ์ แต่สำหรับที่ โรงพยาบาลเจตนิน นอกจากความถูกต้องแม่นยำในทางวิทยาศาสตร์แล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน


ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของโรงพยาบาลเจตนินที่ทำให้ผู้คนไว้วางใจคือการเติบโตมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง โรงพยาบาลตั้งอยู่ในทำเลเดิมมาเป็นเวลามากกว่า 25 ปี โดยปัจจุบันมีอาคารที่ให้บริการทางการแพทย์ 3 หลัง และบุคลากรกว่า 300 คน นี่จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าคู่สมรสที่ทำการฝากไข่และตัวอ่อนไว้กับเจตนิน สามารถวางใจได้ว่าโรงพยาบาลจะอยู่ที่นี่ไปอีกนานและพร้อมสำหรับคู่สมรสที่ต้องการจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ในอนาคต



อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คู่สมรสไว้วางใจในการมาใช้บริการ คือทีมแพทย์และทีมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาของเจตนินทุกคน มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการให้บริการ และพร้อมให้การบริการตลอดเวลาทุกวัน นอกจากการดูแลเอาใจใส่ในคุณภาพการรักษาแล้ว เจตนินยังทุ่มเทใส่ใจในการให้คำปรึกษากับคู่สมรสตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษา – พญ. เทพจงจิต อาวเจนพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธ์และบุตรีของ พล.ต.อ. นพ. จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลเจตนิน อธิบายเพิ่มเติม


“หมอเองจากในบทบาทของหมอและก็เป็นคุณแม่ การช่วยเหลือคนไข้ที่มีบุตรยากให้มีบุตรได้จนประสบผลสำเร็จนั้น นอกจากเป็นความภูมิใจและความสุขให้กับตัวดิฉันแล้ว ยังเป็นความภาคภูมิใจของโรงพยาบาลเจตนินที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างครอบครัวและเติมเต็มความสุขให้กับคนไข้ของเรา” พญ. เทพจงจิต กล่าว